ฝึกเล่นพิณและฝึกอ่านโนต๊ลายพิณ

ฝึกเล่นพิณและฝึกอ่านโนต๊ลายพิณ

จากการที่คุณได้ฝึกไล่นิ้วและไล่ตัวโนต๊ ที่คอพิณมาผมหวังว่าคงจะคล่องกันพอสมควรนะครับในบทนี้เราฝึกการอ่านโนต๊และการนับจังหวะกันครับ วิธีการอ่านโนต๊พิณก็หลักเดียวกัน กับการอ่านโนต๊ดนตรีไทยชนิด อื่น ๆ เช่น การนับจังหวะ และ การเขียน โนต๊ลงตาราง ห้องเพลง เป็นต้น อันดับแรกเรามาอ่านออกเสียงโนต๊ดนตรีไทยกันก่อนครับผม


อ่านออกเสียง โด  สัญลักษณ์แทนเสียงคือ ดนตรีสากลคือ อ่านออกเสียง  เร  สัญลักษณ์แทนเสียงคือ ดนตรีสากลคือ Dอ่านออกเสียง  มี   สัญลักษณ์แทนเสียงคือ ดนตรีสากลคือ E

อ่านออกเสียง  ฟา สัญลักษณ์แทนเสียงคือ ดนตรีสากลคือ F

อ่านออกเสียง ซอล สัญลักษณ์แทนเสียงคือ ดนตรีสากลคือ G

อ่านออกเสียง ลา สัญลักษณ์แทนเสียงคือ ดนตรีสากลคือ A

อ่านออกเสียง ที สัญลักษณ์แทนเสียงคือ   ดนตรีสากลคือ  B

ในส่วนตัวอักษรย่อแทน นี้ ผมได้กล่าวไว้ ในตอนต้นแล้ว นะครับ ในบทนี้ นำกลับมาทบทวนอีกครั้งกันลืม การที่คุณ ๆ สามารถอ่านโนต๊ดนครีไทยได้นั้น เป็นเรื่องทีดีมาก ๆ สำหรับมือใหม่ ที่จะเริ่มฝึกพิณ เพราะฉนั้น ขอให้คุณ ๆ ตั้งใจอ่านและศึกษาบทนี้ให้ดี ถ้าอ่านโนต๊ได้ นับจังหวะเป็น และ เล่นพิณเป็น แล้วคุณสามารถนำความรู้จากบทนี้ไปเล่น หรือ ฝึกเครื่องดนตรีไทย ชนิดอื่น ย่อมได้ไม่ว่าจะเป็น ขลุ่ย ซอ ระนาด ขิม เป็นต้น เพราะว่าใช้โนต๊ดนตรีไทยในแบบ เดียวกัน หรือ ที่เราเรียกว่าห้องเพลงครับ

เทคนิคการดีดพิณ
2. โนต๊ลายดนตรีไทยพื้นบ้านอิสาน ในหนึ่งบรรทัดจะมีอยู่ 8 ห้องเพลงใน 1 ห้องเพลงจะมีอยู่ 4 จังหวะหรือว่า 1 ห้องเพลงใส่โนต๊ได้ 4 ตัวโนต๊เท่านั้น หากไม่ใส่ตัวโนต๊ก็อาจจะใส่สัญลักษณ์ ( – ) แทน คือใช้แทนตัวโนต๊ได้ 1 ตัวโนต๊ดังตัวอย่างครับ เวลาเล่นหรือดีดก็ดีดห้องละ 4 ครั้ง ห้องไหนไม่มีตัวโนต๊ ไม่ต้องดีดแต่นับจังหวะไปอย่างสม่ำเสมอ
จากตารางคุณจะเห็นว่าห้องเพลงมีอยู่ 8 ห้องแต่ละห้องจะใส่ตัวโนต๊ลงไปได้ 4 ตัวโนต๊ หรือห้องไหนไม่มีตัวโนต๊ก็จะใส่สัญลักษณ์ ( – ) แทนแล้วแต่จังหวะท่วงทำนองของเพลงนั้น ๆ บางคนเห็นห้องเพลงและตัวโนต๊แล้ว งง แล้วจะเล่นยังไง แยกความยาวความสั้นของโนต๊อย่างไร และ จังหวะนับยังไงกัน ถูกต้องแล้วครับที่คุณจะสงสัย ฉนั้นต่อจากนี้ไป ผมจะมาแนะนำ คุณ ๆ ในส่วนของ ฝึกนับจังหวะ ฝึกดีดพิณแบบง่ายๆ

เรื่องที่คล้ายกัน